dot dot
dot
Our Services
dot
bulletPunching
bulletPlasma Cutting
bullet2D Laser Cutting
bullet3D (5 axis) Laser Cutting
bulletTube/Pipe Laser Cutting
bulletWaterjet Cutting
bulletBending
bulletV-Cutting
bulletShearing
bulletRolling
bulletWelding / Assembly
dot
Our Stainless Steel Products
dot
bulletSheets
bulletPipes
bulletTubes (furniture)
bulletCoils
bulletRound bar, Flat bar, Angel
dot
Gallery
dot
bulletSamples Parts
bulletOur Machines
dot
Links
dot
bulletThainox
bulletThai Stainless Steel Development Association
bulletThai Tool and Die Industry Association




ความสำเร็จของ Google article

ไม่นานมานี้ Google map เพิ่งเปิดให้บริการ Street view สำหรับแผนที่ประเทศไทย หลังจากที่เปิดฟีเจอร์นี้สำหรับอเมริกามา 4-5 ปีแล้ว

คนที่ยังไม่เคยลองเล่นก็ลองดูนะครับ เข้าไปที่ google map ใส่ชื่อถนน หรือ สถานที่อะไรก็ได้ในกรุงเทพ แล้วซูมลงไปเรื่อยๆให้พอเห็นชื่อถนน ก็ลองเอา icon รูปตัวคนลงไปวางบนแผนที่ ก็จะปรากฏภาพถ่ายแบบ 360 องศาในบริเวณที่เราเอา icon ไปวาง เมื่อเลื่อนเมาส์ไปวางที่ตำแหน่งต่างๆบนรูปภาพก็จะมีวงกลมสีขาวขึ้นมาให้คลิกต่อไปได้ เหมือนเราเดินอยู่บนถนนเส้นนั้น

รูปส่วนใหญ่ถูกถ่ายเมื่อปลายปีที่แล้วช่วงเดือนกันยายน – ธันวาคม ซึ่งขณะนี้ สำหรับเมืองไทย Google เพิ่งทำStreet view เฉพาะในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล, เชียงใหม่ และภูเก็ต

ลองเล่นดูแล้วก็น่าทึ่งนะครับ ทั้งในแง่ของไอเดีย, เทคโนโลยี, และการใช้ทรัพยากรในการทำโปรเจกต์นี้  ขั้นตอนการเก็บรูปนั้น ทาง google จะใช้  Street view car ที่ทาง google ออกแบบเอง เจ้า street view car นี้ จะมีกล้องบันทึกภาพเองอัตโนมัติอยู่บนหลังคา มีเลนส์อยู่ 15 ตัว เพื่อถ่ายภาพแบบ 360 องศาโดยจะทำงานร่วมกับ GPS และระบบคอมพิวเตอร์ภายในตัวรถ ภาพที่บันทึกมาจะถูกเบลอหน้าคนและป้ายทะเบียนรถโดยอัตโนมัติ เมื่อรวบรวมภาพได้เพียงพอแล้วก็จะนำซอฟแวร์มาต่อกันให้เป็นภาพ 360 องศาและให้ภาพ 360 องศาในแต่ละจุดต่อเนื่องกันเหมือนเดินอยู่บนถนน

Google เริ่มทำโปรเจกต์นี้ที่เมืองใหญ่ๆในอเมริกาในปี 2007 ก่อนที่จะขยายพื้นที่ไปทั่วโลก ในบางพื้นที่ที่ไม่อนุญาตให้รถยนต์เข้าไปได้ก็จะใช้จักรยานติดกล้องไว้ด้านหลัง หรือ สถานที่บางแห่งที่ใช้จักรยานไม่ได้เช่น ภายในพิพิธภัณฑ์  ก็จะใช้กล้องติดล้อเลื่อนเข้าไปแทน บางพื้นที่เป็นหิมะก็จะใช้ snowmobile ติดกล้องเข้าไปเก็บภาพ

เห็นการเติบโตของ Google แล้วก็น่าทึ่งนะครับ ตัว Larry Page และ Sergrey Brin ก็คงนึกไม่ถึงว่า Google จะกลายเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ขนาดนี้ นึกย้อนไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน ที่ google เพิ่งถือกำเนิดขึ้น จาก search engine ของนักศึกษา 2 คน ค่อยๆโตขึ้นมาเป็น search engine อันดับหนึ่ง เมื่อมีกำไรมากขึ้นเรื่อยๆจากการขายโฆษณา ก็เริ่มพัฒนาโปรเจกต์ต่างๆขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่โปรเจคต์สเกลมหึมาอย่าง Google Earth ที่ทำให้เราเห็นหลังคาบ้านตัวเองจากภาพถ่ายดาวเทียม, Google Mars/Google Moon ที่ google พัฒนาร่วมกับองค์การนาซ่า จนถึงการพัฒนาบริการฟรีต่างๆบนหน้าเวบ เช่น gmail, google docs, calendar, translator, image search ฯลฯ  นอกจากนี้ยังมีโปรเจกต์ที่ทำเพื่อสังคมอีกหลายโปรเจกต์

จนถึงปัจจุบันนี้  Google มีออฟฟิศทั่วโลก เกือบ 70 แห่ง รวมพนักงานทั่วโลกกว่าสามหมื่นคน และในปี 2012 ได้รับการจัดอันดับจากนิตยสาร Fortune ให้เป็นอับดับหนึ่งในลิสต์ของ Top 100 บริษัทที่น่าทำงานที่สุดในปี 2012 ซึ่ง Google เคยครองตำแหน่งนี้มาแล้วสองครั้งในปี 2007 และ 2008

ในการแสดงปาฐกถาครั้งหนึ่งที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ที่ปรึกษาของบริษัท Google, David Drummond, พูดถึงปัจจัยหลักที่ทำให้ Google ประสบความสำเร็จอย่างทุกวันนี้

Drummond กล่าวว่า มีปัจจัยหลักๆอยู่ 4 ปัจจัย คือ

1. เทคโนโลยี – นอกเหนือไปจากวิธีคำนวณแบบใหม่เพื่อใช้จัดลำดับความสำคัญของเว็บเพจแล้ว Google เป็นบริษัทที่สร้างระบบฮาร์ดแวร์ด้วยตนเอง โดยซื้อส่วนประกอบต่างๆจากผู้ผลิตโดยตรงมาสร้างระบบฮาร์ดแวร์ของตนเองเพื่อให้การใช้งานเป็นไปตามวัตถุประสงค์ขององค์กร ปัจจุบัน Google มีระบบคอมพิวเตอร์แบบกระจาย (Distributed Computer System) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

2. นวัตกรรมในรูปแบบการดำเนินธุรกิจ – ด้วยรูปแบบการโฆษณาแบบใหม่ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายโดยตรง Google ไม่เพียงสร้างระบบทำเงินอัตโนมัติที่มีประสิทธิภาพ แต่ยังสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้ใช้ เป้าหมายของ Google คือ ให้โฆษณาที่ปรากฏขึ้นมามีความเกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์แก่ผู้ใช้ ในลักษณะเดียวกับผลการค้นหา

3. แบรนด์ – งานวิจัยชิ้นหนึ่ง พบว่า Google เป็นแบรนด์ที่คนรู้จักมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก อันที่จริงแล้ว Google ถึงกับกลายเป็นคำกิริยาในภาษาอังกฤษเลยทีเดียว และนี่นับเป็นความท้าทายอย่างหนึ่งของบริษัทที่จะต้องรักษาความสำเร็จนี้ไว้

4. เน้นที่ประสบการณ์ของผู้ใช้ – การตัดสินใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ Google จะถูกขับเคลื่อนด้วยการทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ใช้เป็นอันดับแรก, รายรับเป็นอันดับสอง พนักงานของ Google เชื่อว่า ยิ่งผู้ใช้ได้ประสบการณ์ในการใช้งานที่ดีมากขึ้นเท่าไหร่ รายรับก็จะมากขึ้นตามมาเอง

 

แน่นอนว่า ปัจจัยเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันให้ Google เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลกในเวลานี้ จะเห็นว่า สิ่งที่ Google เน้นมากๆเลยคือ ความต้องการของลูกค้า และไอเดียใหม่ๆในการตอบสนองลูกค้า รวมไปถึง สร้างนวัตกรรมใหม่ทำให้เกิด Demand ใหม่ๆขึ้นมา

อันที่จริงแล้ว Google เอง ก็มีโปรเจกต์ที่ล้มเหลวอยู่หลายโปรเจกต์ เช่น  Google Video, Google Wave, Google Buzz ฯลฯ โปรเจกต์เหล่านี้ไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร หรือ สร้างรายได้ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายในการพัฒนา อย่างไรก็ตาม Google ก็ยังพัฒนาโปรเจกต์ใหม่ๆออกมาเรื่อยๆ

การทำอะไรบ่อยๆซ้ำๆย่อมทำให้เกิดความชำนาญ และพัฒนาขึ้นมาเป็นทักษะเฉพาะตัว การพัฒนาโปรเจกต์ใหม่ๆก็เช่นกัน โครงการที่ล้มเหลวก็มิได้สูญเปล่า แต่เป็นส่วนหนึ่งที่หล่อหลอมเป็นประสบการณ์, ส่งเสริมให้ Google ได้เรียนรู้ กระบวนการพัฒนาโครงการใหม่ๆให้ประสบความสำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ

และนี่อาจจะเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่ทำให้ Google รักษาความเป็นหนึ่งไว้ได้ และไม่มีทีท่าว่าจะมีคู่แข่งที่พอฟัดพอเหวี่ยงขึ้นมาทาบรัศมีได้เลย

 

อ้างอิง

http://www.ukessays.com/essays/business/google-online-internet.php

http://dailystuff.org/top-5-failed-projects-of-google/

ดร. อภิชาติ ชยานุภัทร์กุล

บจก. พี แอนด์ เอส สเตนเลสสตีล เซ็นเตอร์

ตีพิมพ์ในวารสารเพื่อนสเตนเลส ปีที่ 7 ฉบับที่ 73-74/ เมษายน-พฤษภาคม 2555

 

 

 

 

 




บทความจากวารสารเพื่อนสเตนเลส

Frank Gehry กับงานสถาปัตยกรรมสเตนเลส
พัฒนาการของ Metal 3D printer
ความเป็นเยอรมัน
Folding Machine article
ความไร้เหตุผลของความเห็นอกเห็นใจ article
EoS กับ Tesla
Human Error
Cross Industry Learning
YAG Laser
3D Printer article
เครื่องตัดไฟเบอร์เลเซอร์กำลังมา article
ใช้สเตนเลสให้เกิดประโยชน์สูงสุด article
เศรษฐกิจไทย 2556 article
พฤติกรรมที่ไม่มีเหตุมีผล
การประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ article
Tablet กับการใช้งานในองค์กร article
ทำสีให้สเตนเลส
เศรษฐศาสตร์กับโอลิมปิค
ปรับตัวเพื่ออยู่รอด article
เมื่ออาเซียนเปิดตลาดเสรี article
เครื่องพับโลหะแผ่น article
2012: 100 ปี สเตนเลส article
กฎหมายของเขา/ของเรา article
Income gap, Moral gap article
127 hours article
GDP กับ GNP article
คิดให้ดีก่อนทำการตลาด article
300 บาท เพื่อไทย เพื่อใคร? article
การจัดเรียงชิ้นงานในการตัดแผ่นโลหะ article
เลเซอร์มาร์ค article
เครื่องตัดเลเซอร์ทำอะไรได้บ้าง? article
เรื่องเล่าดีๆ " จากญี่ปุ่น" ในวันแผ่นดินไหว article
ซื้อขายแบบตลาดซึกิจิ article
ควันหลงจากโศกนาฎกรรม article
แปลกแยก หรือ แตกต่าง? article
สเตนเลสดูเพล็กซ์กับตลาดยุโรป
ใช้สเตนเลสเกรดไหนดี?
ผิวสเตนเลสแผ่น
Size NB ของท่อสเตนเลส
คุณทราบไหมว่า...?
ทำไมแม่เหล็กดูดติด
ทฤษฎีเกม
Mind Map
งานเลเซอร์เหมาะกับงานลักษณะไหนบ้าง
Laser cutting's FAQ
ทฤษฎีโลกเล็ก
การตลาดทางอินเตอร์เน็ต
การตัดสินใจภายใต้ความเสี่ยง
High-density plasma
เครื่องตัดเลเซอร์ มาร์คได้หรือไม่
ไดอะแกรมของเหตุและผล
ทำรายงานแบบง่ายๆด้วย Pivot Table
จดหมายจากผู้อ่าน
อัตตาและหน้าที่
การจัดความสำคัญของวัสดุคงคลัง
80/20
EOQ
PERT CHART
งานพับสเตนเลส
ความจริง (ครึ่งเดียว) ที่อันตราย
ผมคิดราคาค่าตัดเลเซอร์ยังไง
1 ปีที่ผ่านไป
Punching+Laser Combination
งานตัดWaterjet
งาน Punching
งานตัดเลเซอร์
ISO9001:2000
งานตัดพลาสมา
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับงานโลหะแผ่น article



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.
จำหน่ายสินค้าสเตนเลส รับบริการตัดเลเซอร์ ตัดพลาสม่า พับ ม้วนโลหะแผ่นและโลหะที่ขึ้นรูปแล้ว บจก. พี แอนด์ เอส สเตนเลสสตีล เซ็นเตอร์ เลขที่ 16 หมู่ 5 ซ.วัดหนามแดง ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ 10540 โทร. 02-753-7753 แฟกซ์. 02-753-7770 Email: pands_stainless@yahoo.com